บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา

Posted: กรกฎาคม 27, 2011 in Uncategorized

บทเสภาสามัคคีเสวก ตอน วิศวกรรมา

     อันชาติใดไร้ศานติสุขสงบ        ต้องมัวรบราญรอนหาผ่อนไม่
ณ ชาตินั้นนรชนไม่สนใจ               ในศิลปะวิไลละวาดงาม
แต่ชาติใดรุ่งเรืองเมืองสงบ              ว่างการรบอริพลอันล้นหลาม
ย่อมจำนงศิลปาสง่างาม                   เพื่ออร่ามเรืองระยับประดับประดา
อันชาติใดไร้ช่างชำนาญศิลป์     เหมือนนารินไร้โฉมบรรโลมสง่า
ใครใครเห็นไม่เป็นที่จำเริญตา        เขาจะพากันเย้ยให้อับอาย
ศิลปกรรมนำใจให้สร่างโศก             ช่วยบรรเทาทุกข์ในโลกให้เหือดหาย
จำเริญตาพาใจให้สบาย                     อีกร่างกายก็จะพลอยสุขสราญ
แม้ผู้ใดไม่นิยมชมสิ่งงาม                เมื่อถึงยามเศร้าอุราน่าสงสาร
เพราะขาดเครื่องระงับดับรำคาญ       โอสถใดจะสมานซึ่งดวงใจ
เพราะการช่างนี้สำคัญอันวิเศษ          ทุกประเทศนานาทั้งน้อยใหญ่
จึงยกย่องศิลปกรรม์นั้นทั่วไป            ศรีวิไลวิลาศดีเป็นศรีเมือง
ใครดูถูกผู้ชำนาญในการช่าง               ความคิดขวางเฉไฉไม่เข้าเรื่อง
เหมือนคนบ้าคนไพรไม่รุ่งเรือง           จะพูดด้วยนั้นก็เปลืองซึ่งวาจา
แต่กรุงไทยศรีวิไลทันเพื่อนบ้าน          จึ่งมีช่างชำนาญวิเลขา
ทั้งช่างปั้นช่างเขียนเพียรวิชา                อีกช่างสถาปนาถูกทำนอง
ทั้งช่างรูปพรรณสุวรรณกิจ                  ช่างประดิษฐ์รัชดาสง่าผ่อง
อีกช่างถมลายลักษณะจำลอง               อีกช่ำชองเชิงรัตนะประกร
ควรไทยเราช่วยบำรุงวิชาช่าง               เครื่องสำอางแบบไทยสโมสร
ช่วยบำรุงช่างไทยให้ถาวร                    อย่าให้หย่อนกว่าเขาเราจะอาย
อันผองชาติไพรัชช่างจัดสรร                 เป็นหลายอย่างต่างพรรณเข้ามาขาย
เราต้องซื้อหลากหลากและมากมาย       ต้องใช้ทรัพย์สุรุ่ยสุร่ายเป็นก่ายกอง
แม้พวกเราชาวไทยตั้งใจช่วย                 เอออำนวยช่างไทยให้ทำของ
ช่างคงใฝ่ใจผูกถูกทำนอง                      และทำของงามงามขึ้นตามกาล
เราช่วยช่างเหมือนอย่างช่วยบ้านเมือง  ได้ประเทืองเทศไทยอันไพศาล
สมเป็นเมืองใหญ่โตมโหฬาร                 พอไม่อายเพื่อนบ้านจึ่งจะดี
ถอดคำประพันธ์
       ชาติใดที่มีศึกสงครามไม่มีความสงบสุขในแผ่นดิน ประชาชนย่อมไม่มีจิตใจสนใจความงดงามของศิลปะ
แต่หากชาติใด บ้านเมืองสงบสุขปราศจากสงคราม  ประชาชนก็จะทำนุบำรุงการศิลปกรรมทั้งปวงให้เจริญรุ่งเรืองชาติใดที่ปราศจากช่างศิลป์  ก็เปรียบเสมือนหญิงสาวที่ไม่มีความงามไม่เป็นที่ต้องตาต้องใจของใคร
มีแต่จะถูกเยาะเย้ยให้ได้อับอาย ศิลปกรรมนั้นช่วยทำให้จิตใจคลายเศร้า  ช่วยทำให้ความทุกข์หมด
ทำให้จิตใจของเรามีความสุขซึ่งจะส่งผลให้ร่างกายแข็งแรงไปด้วย  ตรงกันข้าม  หากใครไม่เห็นคุณค่าความงามของศิลปะ  เมื่อเผชิญความทุกข์ก็ไม่มีสิ่งใดมาเป็นยาช่วยสมานบาดแผลของจิตใจ  เขาเหล่านั้นจึงเป็นคนที่น่าสงสารยิ่งนัก  เพราะความรู้ทางช่างศิลป์สำคัญเช่นนี้  นานาประเทศจึงนิยมยกย่องคุณค่าของศิลปะและความสามารถเชิงช่างของช่างศิลป์ว่าเป็นเกียรติยศ ความรุ่งเรืองของแผ่นดิน  คนที่ไม่เห็นคุณค่าของศิลปะก็เหมือนคนป่าคนดง พูดด้วยก็เปลืองน้ำลายเปล่า แต่ประเทศไทยของเรานั้นเห็นคุณค่าของงานช่างศิลป์ เช่น
ช่างปั้น  ช่างเขียน  ช่างสถาปัตย์ ช่างทองรูปพรรณ  ช่างเงิน  ช่างถมและช่างอัญมณี  ซึ่งเราควรสนับสนุนงานช่างศิลป์ไทยให้ก้าวหน้ารุ่งเรืองอย่าให้ด้อยน้อยหน้ากว่านานาประเทศ   ชาวต่างชาติเมื่อมาเยือนเมืองไทยจะได้ซื้อหางานศิลปะเหล่านี้กลับไปเพราะเห็นในคุณค่า  การช่วยสนับสนุนงานศิลปกรรม  และส่งเสริมช่างศิลปะไทยให้สร้างสรรค์งานศิลปะขึ้นจึงเท่ากับได้ช่วยพัฒนาชาติ ให้เจริญพัฒนาอย่าถาวร
About these ads

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s